personalized_marketing

การทำการตลาดดิจิตอลด้วยแนวคิด Personalized Marketing

Posted on Posted in DiGiTAL MARKETiNG, RELATED STORY

ในยุคดิจิตอลนั้น เราอาจกล่าวได้ว่า “มันหมดยุคการตลาดแบบเดิมที่เป็นแบบ Mass Marketing และเข้าสู่การทำการตลาดแบบ Personalized Marketing”  ซึ่งการตลาดแบบใหม่นี้จะมีการนำเทคโนโลยีเรื่อง Data Management มาช่วยในการวางแผนการตลาดและเพื่อใช้ในการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย จุดประสงค์เพื่อให้เราสื่อสารกลับกลุ่มเป้าหมายได้เจาะจงและชัดเจนมากขึ้น

ซึ่งการทำตลาดแบบส่วนตัว Personalized Marketing  นั้นมีบทบาทมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาและยังคงเป็นแนวคิดสำหรับการทำการตลาดในปัจจุบันแบบที่ต้องทำ (Must Have) และจะยิ่งมีบทบาทอย่างมากโดยเฉพาะกับการทำธุรกิจประเภท eCommerce  ดังนั้น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Personalized Marketing นั้นคืออะไร และมีรูปแบบอย่างไรในการทำการตลาดดิจิตอล?

Personalized Marketing คืออะไร ?

คือ การทำการตลาดส่วนบุคคล หรือจะเรียกว่า One to One Marketing เป็นแนวคิดและวิธีการที่นักการตลาดพยายามนำเสนอสินค้าและบริการให้ตรงกับใจของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องเสนอสินค้าชนิดเดียวกันให้กับทุกคน แต่มุ่งเจาะจงไปที่ความต้องการที่แท้จริงหรือความสนใจของแต่ละคนหรือกลุ่มของผู้บริโภค และบางครั้งเราจะพิจารณาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นสำคัญด้วย

รูปแบบการทำการตลาดด้วยแนวคิด Personalized Marketing

1. E-Commerce Website

เวปไซด์ eCommerce หลายรายทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มีการนำ Technology เข้ามาช่วยในการทำ Customer Segmentation หรือการมีเครื่องมือในการแบ่งกลุ่มลูกค้าออกตามความสนใจ ประวัติการซื้อ หรือพฤติกรรมการดูสินค้าผ่านเวปไซด์ ซึ่งสิ่งที่เราจะเห็นนักการตลาดดิจิตอลทำคือ จะมีการนำเสนอสินค้าบนเวปไซด์ที่แตกต่างกันไปกับลูกค้าแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม เช่น Recommended Items หรือ Related to items your’ve viewed นั่นหมายความว่า แต่ละคนอาจจะเห็นสินค้าที่นำเสนอบนหน้าเวปไซด์ที่แตกต่างกัน

2. Retargeting Advertising

การนำแนวคิดการทำ Personalized Marketing มาใช้ในการวางแผนหรือเลือกกลุ่มเป้าหมายในการซื้อ Digital Media ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การทำ Retargeting หรือจะเรียกว่า Remarketing ในการซื้อ Banner Ads โดยเราจะติดตามลูกค้าที่เข้าชมเวปไซด์ของเราแล้วดูสินค้าชนิดหนึ่งแต่อาจจะยังไม่ได้ทำการสั่งซื้อ เมื่อลูกค้าออกจากเวปเราไปเข้าเวปอื่น ลูกค้าจะถูกติดตามด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Retargeting โดยจะเห็น Banner Ads ของแบรนด์เราติดตามไปตลอดทุกเวปที่ลูกค้าไป เพื่อเป็นการตอกย้ำและกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อ

3. Personalized Email Marketing

การตลาดแบบส่วนตัวด้วยอีเมล์ จะมีความคล้ายคลึงและเกี่ยวพันกับเวปไซด์ E-Commerce เพราะโดยปกติการสมัครสมาชิก การติดตามรับข่าวสาร หรือแม้กระทั่งการสั่งซื้อสินค้าจะมีการใช้อีเมล์เป็นตัวยืนยันข้อมูลและรายละเอียดของผู้สมัคร และการทำ Personalized Email Marketing นั้นจะสร้างประสบการณ์และความประทับใจที่ดีของลูกค้ากับแบรนด์ เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่าแบรนด์รู้จักและให้ความสำคัญกับเค้าแบบส่วนตัว นอกจากนี้ลูกค้าจะเกิดความรู้สึกว่าแบรนด์กำลังเสนอสินค้าและบริการที่ตรงกับสิ่งที่เค้าต้องการ

4. Personalized Campaign

นอกจากรูปแบบการทำการตลาดที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว เราจะเห็นได้ว่ามีหลายๆ แบรนด์ได้การนำแนวคิด Personalized Marketing มาใช้กับการทำสร้างแคมเปญทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยจุดมุ่งหมายที่ทำเพราะต้องการสร้างกิจกรรมการตลาดที่เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกดีกับแบรนด์ ตัวอย่างเช่น
ตัวอย่างการนำแนวคิด Personalized Marketing มาใช้กับ Digital Campaign

BRAND : COKE

CAMPAIGN : #ShareACoke and the Personalized Brand Experience

สร้างประสบการณ์แชร์ทั้ง Content และ Product ด้วยการนำชื่อของลูกค้าหรือคนใกล้ชิดมาเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าเพื่อสร้างความรู้สึกดีและความผูกพันกับตัวสินค้า โดยผลที่ได้นอกจากกระแสของแคมเปญที่เป็นที่พูดถึงในวงกว้างแล้ว ยังตามมาด้วยปริมาณยอดขายที่เติบโตขึ้นด้วย (Upsell) โดยปกติลูกค้าจะทำชื่อของตัวเองและต้องการทำให้คนที่เราต้องการด้วย จึงให้ทำแคมเปญนี้เป็นแคมเปญที่ตอบเรื่องการแชร์อย่างแท้จริง.

personalized-marketing-coke

ในบทความหน้าจะกล่าวถึง การทำธุรกิจรีเทลในยุคปัจจุบันกับการทำ Personalized Marketing และประโยชน์ที่ได้รับจากการทำตลาดดิจิตอลด้วยแนวคิดแบบ Personalized Marketing!

Enjoy MiLKeting! :)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *