Digital marketing

10 ข้อแตกต่างระหว่าง Classic Marketing กับ Digital Marketing

Posted on Posted in DiGiTAL MARKETiNG, RELATED STORY

สำหรับนักการตลาดดิจิตอล เราปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำการตลาดเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคนั้น ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธิคิดและรูปแบบการทำการตลาด จากการทำงานแบบดั้งเดิมเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบที่มีความเหมาะสมกับยุคดิจิตอลมากขึ้น เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น บทความนี้จะกล่าวถึง “ความแตกต่างระหว่างการตลาดแบบดั้งเดิมกับการตลาดยุคดิจิตอล” ซึ่งแยกออกเป็น 10 ประเด็น ดังนี้

 

Classic Marketing vs Digital Marketing

1. ประเภทของการทำการตลาด (Type of Marketing)

ประเภทของการทำการตลาดแบบดั้งเดิมจะมีรูปแบบการตลาดที่ชัดเจน เช่น การทำโฆษณาตามทีวีหรือนิตยสาร ในขณะที่การตลาดดิจิตอลจะมีเครื่องมือที่หลากหลายและปรับเปลี่ยนแบบไม่มีรูปแบบตายตัว เช่น การทำการตลาดผ่านโซเซียลมีเดีย, การทำแคมเปญ หรือการซื้อมีเดียรูปแบบใหม่ๆ เป็นต้น

 

2.ทิศทางของการสื่อสาร (Direction of Communication)

ทิศทางของการสื่อสารของการตลาดแบบดั้งเดิมจะเป็นในการสื่อสารทางเดียว (one to many) โดยข้อมูลมาจากแบรนด์ (คนพูด) ส่งสารหรือเนื้อหาถึงผู้บริโภค (คนฟัง) ในขณะที่การตลาดดิจิตอลจะเป็นการสื่อสารสองทาง  (many to many) ทั้งแบรนด์และผู้บริโภคจะผลัดกันพูดและผลัดกันฟัง

 

3. กำหนดการ (Scheduling)

กำหนดการหรือตารางการวางแผนงานของการทำตลาดแบบดั้งเดิมจะต้องมีการวางแผนงานและกำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น การจองสื่อโฆษณาเป็นเดือนหรือเป็นปี ในขณะที่การตลาดดิจิตอลการทำแคมเปญหรือซื้อโฆษณาจะมีความหยืดหยุ่น รวดเร็วและปรับตามสถานการณ์ที่เหมาะสมในขณะนั้น

 

4. การสื่อสารกับผู้บริโภค (Communication with Consumer)

การทำตลาดแบบดั้งเดิมนั้น การสื่อสารกับลูกค้าจะเป็นขั้นเป็นตอนและทำการติดต่อสื่อสารแบบส่วนตัวโดยผ่านอีเมล์, โทรศัพท์ หรือจดหมาย ในทางกลับกันการสื่อสารแบบการตลาดดิจิตอลนั้นจะต้องรวดเร็ว เปิดเผยและเป็นสาธารณะ

 

5.  เวลาการทำงาน (Availability)

เวลาการทำงานของนักการตลาดในยุคการตลาดแบบดั้งเดิม เจ้าหน้าจะทำงานงานตามเวลาทำงานหรือเวลาเข้างานเท่านั้น (8 ชั่วโมง , จันทร์-ศุกร์) แต่ในยุคดิจิตอลเวลาการทำงานของนักการตลาดจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ ลูกค้ามีความคาดหวังว่าเราต้องพร้อมรับมือ 24 ชั่วโมง และตลอด 7 วันทำงาน

 

6. ขอบเขตการทำการตลาด (Scope)

การทำตลาดแบบดั้งเดิมจะมีการกำหนดขอบเขตแบบเจาะจงไปตามกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน แต่ในทางกลับกันการตลาดดิจิตอลจะไม่เจาะจง แต่เป็นแบบทั่วไปมากขึ้นและจะกลายเป็นการตลาดสำหรับทุกคน

 

7.  การได้มาซึ่งประสบการณ์ (Wealth of Experience)

เราจะสังเกตุได้ว่า การตลาดแบบดั้งเดิมนั้นแคมเปญส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จมักมีรูปแบบการทำงานที่คล้ายๆกัน แต่ในการทำการตลาดดิจิตอลนั้นจะมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาสร้างสรรค์เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ

 

8. การดูแล (Supervision)

การตลาดแบบดั้งเดิมนั้น กิจกรรมการตลาดส่วนใหญ่จะถูกควบคุมดูแลโดยการคำนึงถึงการคุ้มครองผู้บริโภคและคู่แข่ง แต่ในการตลาดดิจิตอลจะมีขอบเขตการดูแลที่กว้างขึ้น โดยจะมีหน่วยงานผู้มีอำนาจเข้ามาดูแลคุ้มครองผู้บริโภค, คู่แข่ง และมีการรวมเอาแพลตฟอร์มงานใช้งานและผู้ใช้งานมาพิจารณาด้วย

 

9. ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร (Language)

การตลาดแบบดั้งเดิมภาษาที่ใช้จะเป็นทางการสื่อสารโดยแบรนด์หรือบริษัท ซึ่งเราจะไม่พบในการทำการตลาดแบบดิจิตอลที่จะมีความแบบส่วนตัวมากขึ้น มีความหยืดหยุ่นและสั้นกระชับได้ใจความ

 

10. หน้าที่รับผิดชอบ (People Involved)

การตลาดแบบดั้งเดิมนั้น แน่นอนว่าแผนกการตลาดจะเป็นแผนกที่รับผิดชอบเรื่องการสื่อสารการตลาด ซึ่งบางครั้งอาจจะรวมถึงตำแหน่ง PR หรือ แผนก Sales มาเข้าด้วย แต่การตลาดในยุคดิจิตอลนั้นทุกแผนกหรือทุกตำแหน่งในบริษัทต่างมีบทบาทและหน้าที่ที่ต้องเข้ามามีส่วนรวม เพราะการสื่อสารกับผู้บริโภคสมัยนี้มันไม่สามารถแยกได้ว่ามันเป็นเฉพาะหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง

Source : www.marketingtechblog.com

Enjoy MiLKeting! :)

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *